Search

จีนรบรัสเซีย ในรัชสมัยจักรพรรดิคังซี - ไทยรัฐ

faca.prelol.com

นับแต่นั้นมา ทหารคอสแซคของรัสเซียก็มักเข้ามาแถบลุ่มน้ำอามูร์ ซึ่งอยู่บริเวณชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนหลายครั้ง โดยทุกครั้งก็จะปล้นชิงทรัพย์สิน ข่มขืนผู้หญิงและเข่นฆ่าผู้คนอย่างเหี้ยมโหดทารุณ ทำให้เผ่าต่างๆร้องขอความช่วยเหลือจากราชสำนักต้าชิง

แต่ในเวลานั้น ราชวงศ์ชิงเพิ่งเข้าปกครอง ดินแดนจีน และยังต้องสู้รบกับกลุ่มอำนาจของราชวงศ์หมิงใต้รวมถึงกลุ่มต่อต้านอื่นๆ จึงไม่อาจจัดการกับพวกคอสแซคได้เต็มที่ ทำได้เพียงส่งกองกำลังย่อยร่วมกับนักรบพื้นเมืองต่อต้านการคุกคามของพวกคอสแซค จนเมื่อราชสำนักต้าชิงปราบกลุ่มต่อต้านในจีนแล้ว จึงส่งทหารเข้าไปมากขึ้นเพื่อจัดการกับพวกทหารคอสแซค แต่ก็ยังไม่อาจปราบปรามให้ราบคาบได้

มาถึงรัชสมัยของจักรพรรดิคังซี การคุกคามของทหารคอสแซครัสเซียได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยพวกรัสเซียได้รุกมาถึงบริเวณปากแม่น้ำเอิลและเข้ายึดเมืองยัคซา (Yaksa) หรือที่รัสเซียเรียกว่า เมืองอัลบาซิน (Albazin) ซึ่งเป็นเมืองสำคัญแถบนั้นเป็นที่มั่น จากนั้นก็ส่งทหารออกขูดรีดบรรณาการจากชนพื้นเมือง ซึ่งหากเผ่าใด ปฏิเสธ ทหารรัสเซียก็จะโจมตีฆ่าฟันอย่างทารุณ ทว่าในตอนนั้น ในจีนเกิดกบฏของสามเจ้าศักดินาทางใต้ ที่นำโดยอู๋ซานกุ้ยแห่งยูนนาน และยังต้องปราบปรามแคว้นตงหนิงบนเกาะไต้หวัน ทำให้ราชสำนักแมนจูยังไม่อาจจัดการกับปัญหาชายแดนทางเหนือได้ จึงทำได้เพียงส่งสาส์นไปประท้วงกับราชสำนักรัสเซีย ทว่าอีกฝ่ายกลับเพิกเฉย

การทำสนธิสัญญาเนอร์ชินส์.

ปี ค.ศ.1684 หลังปราบกบฏอู๋ซานกุ้ยและพิชิตเกาะไต้หวันได้แล้ว จักรพรรดิคังซีจึงตัดสินพระทัยใช้กำลังทหารเพื่อยุติปัญหาชายแดนกับรัสเซียที่คาราคาซังมานาน

ขั้นแรก พระองค์ส่งขุนนางแมนจูสองนาย คือเผิงซุน และหลางทาน เดินทางไปสำรวจพื้นที่ลุ่มน้ำอามูร์และเมืองยัคซาเพื่อรวบรวมข้อมูลข้าศึก รวมทั้งหาเส้นทางที่จะขนปืนใหญ่จากราชธานีเป่ยจิงขึ้นไปถึงยัคซาเพื่อใช้ทำลายกำแพงเมือง

หลังขุนนางหนุ่มทั้งสองไปถึงลุ่มน้ำอามูร์ พวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากชนพื้นเมืองไซบีเรีย เผ่าดาวอร์ ในการสำรวจและรวบรวมข้อมูลสำหรับการทำศึก จากนั้นทั้งสองจึงเดินทางกลับราชธานีเป่ยจิง เพื่อนำข้อมูลมากราบทูลองค์จักรพรรดิ ซึ่งเมื่อจักรพรรดิคังซีทรงทราบ ก็รับสั่งให้เตรียมการทำศึกกับพวกรัสเซีย โดยใช้เวลาเตรียมการอยู่หลายเดือน จนถึงปี ค.ศ.1685 จักรพรรดิคังซีก็มีพระบัญชาให้เผิงซุนเป็นแม่ทัพและหลางทานเป็นรองแม่ทัพ คุมกำลังพล 3,000 นาย เดินทัพทางเรือไปสมทบกับทหาร 1,500 นาย ที่ควบคุมโดยขุนพลซาบุสซึ่งประจำการอยู่ที่ป้อมแถบลุ่มน้ำอามูร์

โดยในศึกนี้ จักรพรรดิยังให้ส่งกองทหารโล่ หวาย จำนวน 500 นาย ควบคุมโดยขุนพลชาวฮั่น หลินซิงจู่ เดินทางไปพร้อมกับทัพของเผิงซุนด้วย

หลังกองทัพชิงรวมพลและมาถึงปากแม่น้ำเอิลแล้ว ก็ยกพลเข้าล้อมเมืองยัคซาทันที เพื่อไม่ให้ฝ่ายรัสเซียได้ทันตั้งตัว เวลานั้น ในเมืองมีทหารคอสแซค 500 นาย ซึ่งเมื่อถูกล้อม พวกคอสแซคก็ได้แต่ตั้งมั่นอยู่ในเมือง เพื่อรอกำลังหนุนที่จะมาช่วย หลังจากทัพชิงปิดล้อมเมืองยัคซาได้ 20 วัน กองหนุนของฝ่ายรัสเซียจำนวนหลายร้อยนายก็ล่องแพมาตามลำน้ำ

การปะทะทางน้ำ.

บันทึกการรบตอนนี้เขียนไว้ว่า หลินซิงจู่นำกองทหารดักซุ่มโจมตีพวกรัสเซีย โดยพวกทหารได้ถอดเสื้อผ้าออกและใช้โล่หวายขนาดใหญ่ผูกติดศีรษะแทนหมวก ก่อนโดดลงน้ำว่ายเข้าหาแพข้าศึก พวกรัสเซียใช้ปืนยิงใส่ ทว่าพวกทหารโล่ใช้วิธีดำน้ำลงไปทำให้ลูกปืนที่ผ่านผิวน้ำมีกำลังลดลง จนเจาะโล่หวายไม่ได้ จากนั้นทหารโล่ก็เข้าประชิดแพและใช้ดาบฟันข้อเท้าทหารรัสเซียจนกลิ้งตกแพเป็นจำนวนมาก สุดท้ายกองหนุนของฝ่ายรัสเซียก็แตกพ่ายกลับไป โดยที่ฝ่ายต้าชิงไม่สูญเสียกำลังพลสักคน และเมื่อตีกองหนุนของข้าศึกแตกพ่ายไปแล้ว กองทัพชิงก็เปิดฉากโจมตีป้อมปราการของฝ่ายรัสเซีย

กองทัพชิงยิงปืนใหญ่เข้าใส่เมืองยัคซาอย่างต่อเนื่องตลอดคืน ทำให้ทหารคอสแซคหวาดหวั่นและเสียขวัญ จนถึงเช้ามืด ทหารชิงจำนวนหนึ่งก็อาศัยช่วงที่ข้าศึกกำลังอ่อนล้า ลอบเข้าประชิดกำแพงเมืองซึ่งสร้างขึ้นจากไม้ซุง จากนั้นก็เอาฟืนและหญ้าแห้งที่นำติดตัววางสุมที่ฐานกำแพงเมือง ก่อนที่ฝ่ายรัสเซียจะทันรู้ว่าทัพชิงกำลังจะทำอะไร ธนูเพลิงของต้าชิงก็ระดมยิงไปยังฟ่อนหญ้าและกองฟืนเหล่านั้น จนติดไฟลุกไหม้ตลอดแนวกำแพง เพลิงลุกลามเข้าไปในเมืองจนเกิดโกลาหลไปทั่ว ขณะเดียวกัน เผิงซุนก็สั่งให้ทหารบุกเข้าตีเมืองอย่างดุเดือด สังหารข้าศึกจำนวนมาก เพียงไม่นานเมืองยัคซาก็ตกเป็นของกองทัพชิง

ฝ่ายต้าชิงปล่อยเชลยศึกคอสแซคกลับไป

หลังจากตีเมืองได้แล้ว ฝ่ายต้าชิงปล่อยเชลยศึกรัสเซียที่ถูกจับได้ทั้งหมดกลับไป โดยมีทหารคอสแซค 50 คนขอสวามิภักดิ์ต่อต้าชิง จึงถูกส่งไปเป็นทหารหน่วยพิเศษที่กรุงเป่ยจิง จากนั้น กองทัพชิงก็รื้อป้อมปราการของเมืองยัคซาลงเพื่อไม่ให้ข้าศึกใช้เป็นที่มั่นต่อไปได้อีก

แม้จักรพรรดิคังซีจะทรงใช้นโยบายผ่อนปรน เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งยืดเยื้อ ทว่ารัสเซียกลับไม่ยุติการคุกคาม โดยส่งกองทหารเข้าโจมตีชายแดนจีนภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกครั้ง พร้อมกับสังหารทหารและพลเรือนต้าชิงไปหลายร้อยคน ทั้งให้ทหารคอสแซค 1,000 นาย นำโดยอเล็กไซ โทลบูซิน (Aleksei Tolbuzin) มาสร้างเมืองยัคซาขึ้นใหม่ บริเวณซากเมืองเดิม จักรพรรดิคังซีพิโรธเป็นอันมากจึงมีพระบัญชาให้ส่งกองทัพเข้าทำสงครามกับรัสเซียอีกครั้ง

ปี ค.ศ.1686 กองทัพชิงโจมตีเมืองยัคซาอย่างดุเดือด ทว่าฝ่ายรัสเซียปักหลักต่อต้านอย่างเข้มแข็ง ทหารชิงจึงขุดสนามเพลาะรอบเมืองและก่อป้อมตั้งปืนใหญ่ระดมยิงเข้าไปในเมือง พร้อมกับส่งกองเรือปิดล้อมเส้นทางน้ำเพื่อโอบล้อมเมืองอีกชั้นหนึ่ง

การปิดล้อมและระดมยิงด้วยปืนใหญ่ของฝ่ายต้าชิง ทำให้ทหารคอสแซครัสเซียในเมืองบาดเจ็บล้มตายลงทุกวัน ขณะที่กองหนุนที่ยกมาช่วยก็ไม่อาจตีฝ่าแนวรบของกองทัพชิงเข้าไปได้

ป้อมปราการเมืองยัคซา.

การศึกยืดเยื้อจนถึงปีต่อมา จนเมื่อโทลบูซิน แม่ทัพรัสเซียเสียชีวิตเพราะกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายต้าชิง ไม่นานทหารคอสแซครัสเซียที่เหลืออยู่ในเมืองยัคซาเพียงร้อยกว่าคนก็ยอมจำนน

หลังกองทัพชิงยึดเมืองยัคซาได้เป็นครั้งที่สอง ก็ได้ตรึงกำลังไว้เพื่อป้องกัน พรมแดน จากนั้นในปี ค.ศ.1689 พระเจ้าซาร์ปีเตอร์ที่ 1 และ ซาร์อิวานที่ 5 ผู้ครองราชย์ร่วมกัน ได้ส่งทูตมาเจรจาสงบศึกกับต้าชิงถึงกรุงเป่ยจิง โดยฝ่ายรัสเซียยอมรับข้อเสนอในการเปิดเจรจาเกี่ยวกับปัญหาพรมแดนของสองอาณาจักร

จักรพรรดิคังซีส่งขุนนางไปทำสนธิสัญญากับฝ่ายรัสเซียที่เมืองเนอชินส์ (Nerchinsk) ซึ่งอยู่ตรงพรมแดนของสองฝ่าย โดยสนธิสัญญานี้ถูกเรียกว่าสนธิสัญญาเนอชินส์ (Nerchinsk Treaty) หรือสนธิสัญญานีบุช ในภาษาแมนจูซึ่งตามเนื้อหาโดยสรุปของสนธิสัญญานั้น ทางอาณาจักรรัสเซียได้ยกเลิกเขตปกครองทางเหนือของแม่น้ำอามูร์และยอมรับอำนาจของต้าชิงเหนือพื้นที่หุบเขาลุ่มน้ำอามูร์ไปจนถึงชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก

การรบที่เมืองยัคซา

สนธิสัญญาดังกล่าวมีผลเรื่อยมา จนถึงปี ค.ศ.1858 หลังทราบว่า ต้าชิงพ่ายแพ้ต่ออังกฤษในสงครามฝิ่น รัสเซียจึงถือโอกาสกดดันจีนให้ทำข้อตกลงเรื่องพรมแดนไซบีเรียกันใหม่ จนมีการทำสนธิสัญญาอัยกุนในปี ค.ศ.1858 และสนธิสัญญาปักกิ่งในปี ค.ศ.1860 ซึ่งส่งผลให้อาณาเขตตั้งแต่พื้นที่หุบเขาลุ่มน้ำอามูร์ไปจนถึงชายฝั่งมหาสมุทร แปซิฟิกตกเป็นของรัสเซียมาจนถึงทุกวันนี้.


โดย : วิภู เอี่ยมน้อย
ทีมงานนิตยสาร ต่วย'ตูน

Let's block ads! (Why?)



"พวกเขาทั้งหมด" - Google News
June 07, 2020 at 05:02AM
https://ift.tt/3dDLcBK

จีนรบรัสเซีย ในรัชสมัยจักรพรรดิคังซี - ไทยรัฐ
"พวกเขาทั้งหมด" - Google News
https://ift.tt/2VFpqXR
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
https://ift.tt/3dnz7A2

Bagikan Berita Ini

0 Response to "จีนรบรัสเซีย ในรัชสมัยจักรพรรดิคังซี - ไทยรัฐ"

Post a Comment

Powered by Blogger.