นับเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการฮอลลีวู้ด สำหรับการจากไปของนักแสดงชื่อดัง แชดวิก โบสแมน (Chadwick Boseman ) เจ้าของบทซูเปอร์ฮีโร่ขวัญใจแฟน ๆ ทั่วโลกอย่าง “แบล็ก แพนเธอร์ (Black Panther)” ในวัยเพียง 43 ปี หลังจากที่เขาต่อสู้กับมะเร็งลำไส้นานร่วม 4 ปี และการจากไปของเขาครั้งนี้ทำให้แฟน ๆ และเพื่อนพ้องต่างช็อก! เพราะเขาไม่เคยเปิดเผยเรื่องอาการเจ็บป่วยนี้มาก่อน ซึ่งเขาไม่เป็นเพียงแต่เป็น “ซูเปอร์ฮีโร่” แค่ในจอเท่านั้น แต่ตลอดเวลาที่เขาใช้ชีวิตในวงการบันเทิง เขาได้สร้างความหวัง แรงบันดาลใจ ผ่านบทบาทและการทำงานเพื่อสังคมของเขา วันนี้ “บันเทิงเดลินิวส์” ได้รวมเอาเรื่องราวของนักแสดงมากฝีมือคนนี้ เพื่อรำลึกถึงสิ่งดี ๆ ที่เขาได้ทิ้งเอาไว้บนโลกมาฝากแฟน ๆ กัน
ด้วยหัวใจอันอุ่นและการทำเพื่อสังคมอยู่เสมอของ แชดวิก ทำให้เขาเป็นที่รักของผู้คนมากมาย และการจากไปของเขาก็มีคนดังจากหลากหลายวงการได้แสดงความอาลัยจำนวนมาก ทั้งเพื่อนนักแสดงจากแก๊งค์ “อเวนเจอร์ส” ทั้ง โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ หรือ “ไอรอนแมน” ที่ยกย่องถึงความกล้าหาญของแชดวิก พร้อมขอจดจำช่วงเวลาดี ๆ เสียงหัวเราะ และวิธีที่เขาเปลี่ยนเกม ด้วย ส่วน คริส อีแวนส์ หรือ “กัปตัน อเมริกา” บอกว่า แชดวิกเป็นคนพิเศษ เป็นบุคคลตัวอย่างที่แท้จริง เขาเป็นศิลปินที่มีความมุ่งมั่น เรียนรู้พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เขามีผลงานที่ยอดเยี่ยมมากมายที่ยังคงเหลือไว้ให้สานต่อ ผมรู้สึกขอบคุณสำหรับมิตรภาพของเราอย่างไม่รู้จบ รวมไปถึง คริส เฮมส์เวิร์ธ หรือ “ธอร์” , มาร์ก รัฟฟาโร หรือ “ฮัลค์” , เจเรมี เรนเนอร์ หรือ “ฮอว์กอาย” และ บรี ลาร์สัน หรือ “กัปตัน มาร์เวล” ก็ต่างออกมายกย่อง และแสดงความเสียใจต่อการจากไปของนักแสดงคนดังเช่นกัน ขณะที่ ทอม ฮอลแลนด์ หรือ “สไปเดอร์แมน” ก็ได้ยกย่องว่า แชดวิกเป็นแบบอย่างของคนนับล้านทั่วโลก ทีเดียว เป็นต้น
ส่วน ไมเคิล บี จอร์แดน ผู้รับบท “อีริค คิลมองเกอร์” ใน “แบล็ค แพนเธอร์” ผู้เป็นน้องชายคนสนิทที่รักและเคารพ แชดวิก ก็ได้โพสต์สุดซึ้งด้วยคำว่า “ผมอยากให้เรามีเวลาด้วยกันมากกว่านี้” และยังบอกอีกว่า ผมเฝ้าดูคุณ เรียนรู้จากคุณ และได้แรงบันดาลใจจากคุณ... ทุกอย่างที่คุณมอบให้กับโลกใบนี้ตำนานฮีโร่ที่คุณได้แสดงให้เราเห็นจะคงอยู่ตลอดไป คุณเป็นพี่ชายที่รัก และผมรับปากว่าจะสานต่อและทุ่มเวลาในการใช้ชีวิตในแบบที่คุณทำเอาไว้ด้วยความกล้าหาญ ก่อนทิ้งท้าย“ถามว่า เขาคือราชาของผมใช่มั้ย?” คำตอบคือ ใช่! เขาเป็นราชาของผม หลับให้สบายนะ พี่ชายของผม... ส่วน “มาร์เวล สตูดิโอ” ได้ทำวิดีโอ เพื่อคาราวะแด่ แชดวิก พร้อมยกย่อง “คุณจะเป็นราชาของพวกเราตลอดไป ”

ในขณะที่ บารัค โอบามา อดีตผู้นำสหรัฐฯ ได้ทวีตว่า แชดวิก เคยมาที่ทำเนียบขาวเพื่อทำงานร่วมกับเด็ก ๆ ในขณะที่เขากำลังแสดงเป็น “แจ็กกี้ โรบินสัน” ในภาพยนตร์ “42” โอบามา กล่าวว่า “ทันทีที่ได้พบแชดวิก คุณดูออกได้ทันทีว่าเขาคือผู้ที่ได้รับการอวยพรจากพระเจ้า การเป็นคนหนุ่ม มีพรสวรรค์ และผิวดำ สำหรับการใช้พลังนั้นเพื่อมอบความเป็นฮีโร่แก่เด็ก ๆ ได้มองเป็นแบบอย่าง การทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดในขณะที่ตัวเองก็เจ็บปวด ช่างเป็นการใช้ชีวิตที่คุ้มค่ามาก” ส่วน โจ ไบเดน ผู้ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2020 ก็ได้ทวีตยกย่องเช่นกันว่า “พลังที่แท้จริงของแชดวิกนั้น ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราจะได้เห็นแค่ในจอภาพยนตร์ จากเรื่องจากแบล็ค แพนเตอร์ จนถึง แจ็กกี้ โรบินสัน เขาเป็นแรงบันดาลใจคนรุ่นต่อไป และแสดงให้คนเหล่านั้นได้เห็นว่า พวกเขาสามารถจะเป็นอะไรก็ได้ตามต้องการ แม้แต่เป็นซูเปอร์ฮีโร่...” สำหรับผลงานของ แชดวิก นั้นมีมากมายที่ล้วนพิสูจน์ถึงความสามารถ และเป็นเหมือนกระบอกเสียงของคนผิวดำทั้งในเรื่องความเท่าเทียม รวมถึงโอกาสทางการแสดง ไม่ว่าจะเป็นบทบาท “แจ็กกี้ โรบินสัน” นักกีฬาเบสบอลอาชีพ สัญชาติแอฟริกัน-อเมริกันคนแรกของสหรัฐฯ ที่ได้เล่นระดับเมเจอร์ลีกในเรื่อง “42” , นักร้องระดับตำนาน “เจมส์ บราวน์” ใน “เก็ท ออน อัพ” รวมถึงบท “เทอร์กู๊ด มาร์แชล” ทนายเชื้อสายแอฟริกันคนแรกที่ได้เป็นผู้พิพากษาศาลสูงสุดในสหรัฐฯ จากเรื่อง “มาร์แชล” และผลงานล่าสุด “ดา ไฟว์บลัด” ในทหารผู้ถูกลืมในสงครามเวียดนาม เป็นต้น
ส่วนภาพยนตร์ที่ทำให้เขากลายเป็นแรงบันดาลใจและเป็นที่จดจำที่สุด ต้องยกให้ “แบล็ค แพนเธอร์” โดยซูเปอร์ฮีโร่ผิวดำคนนี้ ปรากฎตัวครั้งแรกใน “มาร์เวล ซีนิเมติก ยูนิเวิร์ส” กับภาพยนตร์ “กัปตัน อเมริกา : ซีวิล วอร์” เมื่อปี 2016 ในบท “ทีชาลา” เจ้าชายแห่งประเทศ “วากานดา” โดยเขาสูญเสียพ่อไปในเหตุการณ์ระเบิดและทำให้เขาต้องก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์ พร้อมควบตำแหน่ง “แบล็ก แพนเธอร์” ฮีโร่เสือดำผู้พิทักษ์ประเทศในชุดเกราะเหล็กไวเบรเนียม ซึ่งการแสดงของ แชดวิก ครั้งนั้นสร้างความประทับใจอย่างมาก และทำให้แฟน ๆ ต่างเทหัวใจอยู่ “ทีมฝ่าบาท”

กระทั่งปี 2018 “แบล็ก แพนเธอร์” ภาคแรกก็ได้ฤกษ์ลงจอและสร้างปรากฎการณ์ทั่วโลก กวาดรายได้ถล่มทลายกว่า 1,347 ล้านดอลลาร์ฯ แถมทำสถิติมากมาย พร้อมคว้า 3 รางวัลออสการ์ ทั้ง เครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม, ออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยมและ ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม รวมถึงคว้ารางวัล “ทีมนักแสดงยอดเยี่ยม” จากเวที “แซก อวอร์ดส (SAG awards หรือ (Screen Actors Guild Awards)” ครั้งที่ 25 เป็นต้น

สำหรับ “แบล็ก แพนเธอร์” คือซูเปอร์ฮีโร่จาก “วากานดา” ประเทศสมมติในแอฟริกา ซึ่งเป็นประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก และมีเทคโนโลยีล้ำหน้ากว่าชาติอื่น ถึงแม้เทคโนโลยีจะก้าวล้ำ แต่ “วากานดา” ไม่เคยลืมรากเหง้าความเป็น “แอฟริกัน” ซึ่งในหนังใส่รายละเอียดจัดเต็ม แม้แต่สำเนียงและภาษาพูด ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่ปลุก “แบล็ก แพนเธอร์” ให้คืนชีพ แต่ได้ปลุกเอาวัฒนธรรม แฟชั่นแอฟริกันให้เฉิดฉายไปทั่วโลก และยังได้รับการยกย่องว่าเป็นก้าวสำคัญในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เมื่อนักแสดงส่วนมากในเรื่องเป็นคนผิวดำ รวมทั้งยังกำกับโดยผู้กำกับผิวดำ ไรอัน คูเกลอร์ รวมไปถึงการยกย่องให้เกียรติผู้หญิง ที่สะท้อนถึงความเท่าเทียมทางเพศด้วย


หนึ่งในนั้นก็คือการที่ แชดวิก ยืนยันหนักแน่นกับทาง “มาร์เวล” ว่า “ฝ่าบาททีชาลา” ต้องใช้ภาษาท้องถิ่น สำเนียงแอฟริกันเท่านั้น โดยในตอนแรก “มาร์เวล” อยากให้ฝ่าบาทพูดภาษาอังกฤษ สำเนียงอเมริกันหรือบริทิช แต่ แชดวิก ไม่ยอมเด็ดขาด เขาเผยเรื่องนี้ผ่าน “เดอะ ฮอลลีวู้ด รีพอร์เตอร์” ว่า “พวกเขากลัวว่าผู้ชมจะไม่เข้าใจภาพยนตร์ตลอดทั้งเรื่องรึเปล่า? แต่ผมมองตรงกันข้าม ผมคิดว่าถ้าผมพูดสำเนียงบริทิช แล้วมันจะเป็นยังไงถ้าผมกลับบ้านไป? มันรู้สึกเหมือนโดนทำลายข้อตกลง ผมคิดว่าไม่ได้ นี่มันเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก ถ้าเราเสียมันไปตอนนี้ ในอนาคตเราต้องเสียอะไรอีกเพื่อทำให้ผู้คนสบายใจ? ผมบอกกับพวกเขาว่า “ถ้าเราทำแบบนั้น ก็เหมือนกำลังจะบอกว่าวากานดาเคยตกเป็นเมืองอาณานิคม” ท้ายสุด “มาร์เวล” ก็ยอมปรับบทให้ แชดวิก และนักแสดงได้พูดภาษาและสำเนียงแอฟริกัน โดยอิงจากภาษา “คอซ่า (Xhosa)”

นอกจากนี้การสัมภาษณ์ของเขาตลอดการโปรโมต “แบล็ก แพนเธอร์” ก็ล้วนเป็นคำพูดที่สร้างแรงบันดาลใจ เช่น ในงานประกาศ “แซก อวอร์ด” ที่ แชดวิก กล่าวว่า “...หนังเรื่องนี้ได้เปลี่ยนอุตสาหกรรมบันเทิงมั้ย? มันจะเปลี่ยนวิธีการทำงานในวงการบันเทิงนี้รึเปล่า? มองเห็นพวกเราเป็นยังไงล่ะ? คำตอบของผมสำหรับสิ่งนี้คือ “ความเยาว์วัย พรสวรรค์ และผิวดำ (To Be Young, Gifted and Black)” สำหรับความเยาว์วัย พรสวรรค์ และผิวดำ เราทุกคนรู้ดีกว่ามันเป็นยังไง มันเหมือนบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคุณที่จะได้รับความสนใจหรือโดดเด่น ไม่มีฉากนั้น ไม่มีเวทีนั้นสำหรับคุณที่จะได้รับความสำคัญ มันเหมือนกับเราเป็นหางไม่ใช่หัว มันเหมือนเราต้องอยู่ข้างล่าง ไม่ใช่ข้างบน และนั่นเป็นสิ่งที่เราทำงานอยู่กับอยู่มันในทุก ๆ วัน มันไม่ใช่ว่าเราจะไปร่วมเทศกาลประกาศรางวัล หรือหนังสามารถทำได้พันล้านดอลล่าห์ แต่เรารู้ว่าเรามีบางอย่างที่พิเศษ เราอยากให้โลกรู้ว่าเราสามารถที่จะเป็นมนุษย์คนนึงในบทบาทที่เราแสดงได้เหมือนกัน เราสามารถสร้างโลกที่อธิยายขยายความถึงโลกที่เราอยากจะเห็นได้ เรามาทำงานทุกวันพร้อมแก้ไขปัญหาเหล่านี้ร่วมกับกลุ่มนักแสดงนี้ พร้อมด้วยผู้กำกับ (ไรอัน คูเกลอร์) นี่คือสิ่งที่ผมปารถนา คืออยากให้นักแสดงทั้งหมดทุกคนได้รับโอกาสที่จะมีประสบการณ์ และหากคุณมีประสบการณ์ คุณก็จะได้เติมเต็มความเป็นศิลปิน...”
รวมถึงการกล่าวสุนทรพจน์ใน งานประกาศจบการศึกษา “มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด” ในฐานะศิษย์เก่าสาขาวิชาวิจิตรศิลป์ และนักกิจกรรมที่เคยรณรงค์เรื่องสิทธิความเท่าเทียมของคนผิวดำ ซึ่ง แชดวิก ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประท้วงให้มหาวิทยาลัยลดค่าเล่าเรียน และให้เจ้าหน้าที่ยุติการเหยียดและความรุนแรงทางเพศ ซึ่งประสบความสำเร็จในที่สุดว่า “...ถ้าคุณรักสถาบันของตัวคุณเองมากพอที่คุณจะต่อสู้กับมัน ถึงตอนนี้คุณได้ทำมันแล้ว เพราะทุกอย่างที่คุณได้สู้นั้นไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อคนรุ่นหลังที่จะเข้ามา...” และเขายังกล่าวอีกว่า “...วันนี้จะเป็นวันที่ถูกจารึก เป็นหนึ่งในวันแห่งความสำเร็จที่สำคัญที่สุดของชีวิตพวกคุณ มหาวิทยาลัยนี้พิเศษมาก เกือบทุกสิ่งเป็นจริงได้ที่นี่ นักศึกษาครับ การประท้วงของพวกคุณยังคงมีความหวัง เพราะหลายคนกำลังจะออกจากฮาร์วาร์ดและเข้าไปอยู่ในระบบและสถาบันที่มีประวัติศาสตร์การแบ่งแยกและการกีดกันทางสังคม ความจริงที่ว่าการที่คุณได้ต่อสู้กับมหาวิทยาลัยที่คุณรัก เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณสามารถใช้การศึกษาของคุณพัฒนาโลกที่คุณกำลังเข้าไปอยู่ได้ ผมอยู่ในช่วงขาขึ้นพอดี ตอนที่ผมเริ่มเข้าวงการการแสดง การที่ผมมายืนที่นี่ วันนี้เพราะรู้ดีว่ามหาวิยาลัยฮาร์วาร์ดได้ส่งผมไปแสดงเป็นแจ็คกี้ โรบินสัน , เจมส์ บราวน์ ,เธอร์กู๊ด มาร์แชล และ ทีชาล่า ตอนนี้มันเป็นเวลาของพวกคุณแล้ว ขอให้พระเจ้าอวยพร ฮาร์วาร์ดจงเจริญ...” ครั้งนึงเขาเคยให้สัมภาษณ์ทาง “มาร์เวล ไทยแลนด์” ถึงคุณสมบัติการเป็น “ผู้นำที่ดี” ว่า “หัวใจสำคัญเลยคือต้องรู้จักฟังประชาชนรอบตัวคุณ เปิดรับความสามารถของคนรอบตัว ซึ่งจะทำให้คุณจัดสรรหน้าที่ ความรับผิดชอบตามความสามารถของเขาได้ ซึ่งจะแบ่งเบาภาระของคุณไปได้ เพราะคุณไม่สามารถทำทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียว รวมถึงการที่คุณสามารถอยู่และยอมรับในสิ่งที่คุณทำผิดพลาดได้ ผมว่านั่นเป็นคุณสมบัติของผู้นำที่ดี” ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า แชดวิก ไม่ได้แสดงเป็น “กษัตริย์แห่งวากานดา” ตามบทบาทเท่านั้น แต่เขาเข้าใจถึงหัวใจและแก่นของตัวละครได้อย่างลึกซึ้งทีเดียว

นอกจากนี้ แชดวิก ยังสร้างความประทับใจไปทั่วโลก เมื่อเขาได้รับรางวัล “ฮีโร่ยอดเยี่ยม” ในงาน “2018 เอ็มทีวี มูฟวี่ & ทีวี อวอร์ดส” แต่เขาได้ทำสิ่งที่น่ายกย่อง เมื่อเขาได้เชิญให้ เจมส์ ชอว์ จูเนียร์ ขึ้นมาบนเวที พร้อมยกรางวัลนี้ให้กับเขา พร้อมบอกว่า เจมส์ นั้นเป็นซูเปอร์ฮีโร่ตัวจริง สำหรับ เจมส์ คือผู้ที่เข้าต่อสู้และแย่งปืนจากคนร้ายที่ก่อเกิดเหตุกราดยิงที่ร้านอาหารวัฟเฟิลเฮาส์ และเขาหยุดเหตุการณ์ที่เลวร้ายนั้นได้ โดย แชดวิก ได้บอกว่า เจมส์ ได้ช่วยชีวิตคนอีกหลายคนจากเหตุการณ์นั้น ดังนั้นรางวัลนี้สมควรที่จะได้ตั้งอยู่ที่บ้านของเขา




แม้ในวันนี้จะไม่มี “แชดวิก โบสแมน” อีกแล้ว แต่สิ่งที่เขาได้ทำให้โลกใบนี้ ถือเป็นของขวัญล้ำค่าอย่างที่สุด เขาเป็นแบบอย่างของนักสู้ ที่ต่อสู้ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง และโอบอ้อมอารีย์ และนี่เป็นการการันตีว่าเขานั้นจะเป็นตำนาน และเป็น “ซูเปอร์ฮีโร่ในหัวใจ” ของแฟน ๆ ไปตลอดกาล “Chadwick Boseman FOREVER!”
ขอบคุณภาพประกอบ / PHOTO : Marvel Studios - Disney , Universal Pictures , The source.com , JUSTJARED , PEOPLE , Getty Images - Steve Granitz , AFP , REX - SHUTTERSTOCK , siriusxm.com , Howard University , St Jude , Twitter @chadwickboseman , Instagram @chrisevans , @michaelbjordan
"พวกเขาทั้งหมด" - Google News
September 13, 2020 at 02:03AM
https://ift.tt/3hnz74U
'แชดวิก โบสแมน' ฮีโร่ตัวจริงตลอดกาล - เดลีนีวส์
"พวกเขาทั้งหมด" - Google News
https://ift.tt/2VFpqXR
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
https://ift.tt/3dnz7A2
Bagikan Berita Ini
0 Response to "'แชดวิก โบสแมน' ฮีโร่ตัวจริงตลอดกาล - เดลีนีวส์"
Post a Comment