Search

คุยลึก นก สินจัย ชีวิต 55 ปี ละครถูกแบนเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ ที่แรก - ไทยรัฐ

faca.prelol.com

ปล่อยให้มันไป เพราะเริ่มต้นเข้าวงการมาจากถ่ายนิตยสาร แล้วก็ได้เงิน ซึ่งตอนนั้นต้องหาเงินเพื่อส่งตัวเองเรียนหนังสือ หลังจากนั้นไปประกวดนางสงกรานต์ เลยเข้าสู่วงการนางแบบไทยไดมารูต่อ จนเข้าวงการเล่นภาพยนตร์ ตอนนั้นเราก็ไม่คิดว่าอะไรในทุกงานที่ทำ เพราะคิดว่าลองดูไม่เสียหายอะไร มันมาตามสเตปของมัน ฟ้าเขาคงกำหนดมาแล้วล่ะที่เราอยู่ในวงการบันเทิง ไม่งั้นคงออกไปนานแล้ว

Thairath Talk : ถือว่าตลอด 40 ปีในวงการบันเทิงของพี่นก มีความสุขตลอดไหมครับ

ก็สุขๆ ทุกข์ๆ พี่นกก็อาจจะทุกข์หน่อย เพราะไม่มีสังกัด การติดต่อเรื่องงานเลยยาก ไม่รู้จะเริ่มต้นติดต่ออย่างไร ซึ่งนกไม่มีวิธีการพูดที่ดีพอ บางทีเราแค่พูดว่า ขอดูบทก่อนนะคะ เขากลับว่าเราว่าเราเป็นใคร จะมาขอดูบทก่อน อะไรทำนองนี้

Thairath Talk : ทำไมไม่มีผู้จัดการล่ะครับ

ไม่ชอบให้ใครมาบังคับ มาบอกเราว่า พรุ่งนี้ไปทำงานตรงนี้ตรงนั้น ทั้งที่เราไม่ได้อยากทำ ไม่ชอบให้ใครมากำหนด อยากทำในสิ่งที่อยากทำมากกว่า

Thairath Talk : 40 ปีสินจัย เปล่งพานิช มีสุขหรือทุกข์มากกว่ากัน

ผสมกันค่ะ ครึ่งๆ เพราะว่าพี่นกไม่ใช่ซุปเปอร์สตาร์ ไม่ได้พุ่งทะยานแบบ 'คุณเปิ้ล จารุณี สุขสวัสดิ์' จำได้ว่าพอเครื่องบินจอด คนมารอรับพี่เปิ้ล จารุณี ได้ขึ้นช้างรอบเมืองด้วย ซึ่งพี่นกไม่ใช่แบบนั้น ขึ้นๆ ลงๆตามแบบของเรา

Thairath Talk : พีคสุดในช่วง 40 ปีของเราคือตอนไหนครับ

วัดจากรางวัล บรรยากาศของการได้รางวัล เรื่องนวลฉวี กับพิศวาส ตอนนั้นยังเด็กอยู่ ก็ดีใจมากนะ แต่มาเรื่อง ‘ล่า’ ได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ รู้สึกว่าทุกคนให้เกียรติมาก ทุกคนยืนขึ้น และเรื่องล่าสุด คือเรื่อง ‘รักแห่งสยาม’ เป็นหนังเรื่องเล็กๆ แนวครอบครัว วันที่ประสบความสำเร็จมาก มันถึงจุดที่เราบอกตัวเองได้ว่า สิ่งที่เราทำและตัดสินใจมันโอเคมากๆ

Thairath Talk : ช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดในชีวิตของนก สินจัย

มีอยู่เป็นระยะ ช่วงที่เราเหนื่อย สับสน ก็พยายามให้คำตอบตัวเองอาจจะเป็นด้วยวัย จังหวะเวลา มันเป็นแค่บางครั้ง เลยคุยกับตัวเอง เดี๋ยวนอน ตื่นมาแล้วก็จะดีขึ้น

Thairath Talk : วิธีแก้ดูมันเรียบง่ายนะ

เรียบง่ายแต่ทำยากนะ (ยิ้ม) นอนไม่ง่ายเลย ตื่นง่ายมาก ยิ่งช่วงไหนเล่นละครเวที หลับได้ไม่ลึกเลยเหมือนเรื่องราวมันวนอยู่ในหัว แต่พลังมันจะมาตอนไปทำงาน พอไปถึงงานแต่งหน้าทำผม ก็พร้อมจะเล่นเต็มที่

การแสดงไม่ใช่แค่อ่านบท

Thairath Talk : เวลาเรารับงานแล้วทำตัวเองให้อินบทประพันธ์ นก สินจัย มีขั้นตอนอย่างไรครับ

ถ้าเป็นเรื่องจริงมันมีข้อมูลให้ ศึกษาและทำความรู้จักเขา ทุกตัวละครคือเพื่อนใหม่ต้องอยู่กับเขา คิดไปด้วยกัน ยกตัวอย่างเรื่องนวลฉวี อย่างแรกคือ เอาบทมาอ่านก่อน คุยกับผู้กำกับ และแปลงสสารออกมา เพื่อนำเสนอในรูปแบบภาพยนตร์ ตัวเราอาจจะไม่เหมือนนวลฉวีหรอก เราอาจจะสูงกว่าเขา เด็กกว่าเขา หรืออยู่กันคนละยุคสมัย แต่เราสามารถเป็นเขาได้ด้วยเรื่องราวของเขา และสิ่งที่ผู้กำกับต้องการจะเห็น

Thairath Talk : ขั้นตอนเตรียมตัวเหล่านี้ ใช้เวลานานไหมครับ

ต้องอ่านไปเรื่อยๆ อ่านหนึ่งรอบ สองรอบ ถ้ามีการซ้อมก่อนออกกองก็อ่านอีกครั้ง และนกเป็นคนที่อ่านทั้งเรื่อง ไม่ใช่อ่านเฉพาะฉากที่มีแต่ตัวเอง ยิ่งเป็นตัวเอกของเรื่อง เราต้องรู้ทุกอย่างว่าเรื่องถูกพูดถึงอย่างไร ตั้งแต่ต้นจนจบเขาเล่าเรื่องอะไร เพราะบางฉากที่เราเล่น อาจจะเกี่ยวกับ 2 ฉากก่อนหน้าอาจจะพูดถึงอยู่หรือเหตุการณ์เกี่ยวกับตรงนั้น เราต้องรู้ค่ะว่าก่อนหน้าฉากนี้คืออะไร หรือหลังจากนี้คืออะไร แล้วก็มาแปลงอีกทีว่าเราไม่เคยรู้อะไรมาก่อน ทุกอย่างกำลังจะเกิดขึ้น

มีนักแสดงต่างประเทศคนนึงเคยพูดว่า ‘เราจะจำทุกอย่าง และเมื่อถืงเวลาที่เราจะทำงาน เราก็จะลืมให้หมด’ นี่อาจจะเป็นวิธีที่นักแสดงหลายๆ คนทำกันค่ะ

Thairath Talk : ศึกษาและเรียนรู้อย่างไร

เริ่มต้นรู้จากผู้กำกับ เข้าวงการมาสัก 3 ปี ได้เจอหม่อมน้อย (หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล) ทำให้รู้ว่าการแสดงไม่ใช่แค่อ่านบท มีรายละเอียดหลายอย่าง อ่านแค่บทไม่ได้ ต้องรู้ลึกลงไปกว่านั้น ต้องมีวิธีคิดให้ตัวละครมันเต็มที่สุด สามารถเปลี่ยนตัวเองด้วยรายละเอียดอื่นๆ เช่น เสื้อผ้า หรือฉากที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้รู้เลยค่ะว่า การแสดงมันมีองค์ประกอบอย่างอื่นด้วย แต่สุดท้ายแล้วเราต้องสื่อสารออกไปให้ได้ ถ้าสื่อสารออกไปแล้วไม่มีใครเข้าใจ ฉากราคาแพงก็ไม่ช่วยอะไรเลย

Thairath Talk : เวลาที่เราลงลึกในตัวละครมากๆ มีวิธีการเอาตัวเองออกจากบทอย่างไร

นี่แหละเป็นอุทาหรณ์สำหรับตัวเองมาก เข้าแล้วเอาออกไม่ได้ ตัวละครบางตัวมันซับซ้อนมาก เพราะเราต้องเชื่อมาก เริ่มจากถ้ารับละครแล้ว เราทิ้งงานทุกอย่าง ท่องบทอ่านบท คิดอยู่แบบนี้ 24 ชั่วโมง มันเลยเครียดมาก ถ้าในยุคนั้นต้องเรียกว่าโรคซึมเศร้าแน่ๆ คิดมากไปเลย

Thairath Talk : เวลารับบทใหม่ แล้วต้องถอดบทเก่าหลังจากละครเรื่องนั้นจบแล้ว

พี่นกรับงานทีละเรื่องด้วยเลยเป็นเรื่องยากหน่อย พอจบละครเรื่องนึงก็จะพักเลย 3 เดือน ตัดผมใหม่ รับงานถ่ายแบบ ให้ชีวิตไม่ซ้ำเดิม เพื่อเป็นการล้างบทบาทเก่าๆ ออกไปด้วย

Thairath Talk : อะไรคือมาสเตอร์พีซสำหรับนก สินจัย ตลอดระยะเวลา 40 ปี

มันควรจะเป็นเรื่อง ‘ล่า’ เพราะสำหรับนก เราโตมาระยะหนึ่งตอนรับบทของ 'มธุสรณ์' อย่างที่บอก ขั้นตอนการทำงานมันหล่อหลอมเรามาก การทุ่มเทของเรามันไม่สูญเปล่าเลย ไม่ใช่แค่รางวัลที่ได้รับกลับมา เราได้อะไรกลับมามากกว่านั้น ได้วิธีคิด วิธีการทำงาน รู้จักตัวเองดีขึ้นเวลาออกไปทำงาน

ละครไทย
ทำไมไม่พัฒนา


Thairath Talk : วงการบันเทิงตลอด 40 ปีที่พี่นกเห็นมา มันเปลี่ยนแปลงไปมากไหมครับ

บุคลากร เครื่องมือ นายทุน มันเคลื่อนไปหน้าตลอด แต่ค่านิยมของละครก็ยังเหมือนเดิม ละครต้องแบบนี้ บทพูดต้องแบบนี้ บทละครต้องไม่ไปไหนมาก การเล่าเรื่องมันไม่เปลี่ยน ทำให้นักแสดงไม่ไปไหน อย่าไปโทษนักแสดงที่เขาเล่นแบบอัตโนมัติมากเลย

Thairath Talk : ละครไทยเลยไม่คล้ายกับซีรีส์ต่างประเทศที่เขาดูพัฒนาไปไกล

ใช่ๆ เอาจริงๆ ดูให้ลึกลงไป บทละครเป็นมาตรฐานเรามากเลยนะ ละครน้ำเน่าบ้านเรานี่แหละ แต่ดูที่รายละเอียดของเขา มันคาดเดา คิดตามไม่ได้ และนักแสดงเขาเล่นแบบเป็นตัวละครจริงๆ ยอมเป็นตัวละครทุกอย่าง มันเลยส่งกัน

Thairath Talk : แสดงว่าละครไทยคือการวนเรือในอ่างไม่ไปไหน เพราะอะไร

แสดงว่าคนดูยังชอบแบบนี้ ไม่กล้าฉีกไปอย่างอื่น ฉีกแล้วมันเจ๊งไง เลยต้องทำอย่างที่เขาบอกให้ทำ มันน่าเสียดายนะ เราควรจะไปไหนได้แล้ว

Thairath Talk : แล้วเราจะได้เห็นละครแนวที่พัฒนาแล้วในบริษัทของพี่นกในอนาคต

พี่นกคิดไว้นะ แต่เราอาจจะไม่เก่งพอ ไม่แน่จริงพอ ยังทำไม่ได้ขนาดนั้น แต่ถ้าสามารถทำได้ก็อยากทำ

Thairath Talk : บุคลากรเรามี แต่คนดูชอบประมาณนี้

เรามีคนเขียนบทเยอะมากที่พร้อมจะเขียนอะไรใหม่ๆ หรืออาจจะนายทุนยังไม่กล้า หรือคนดูอาจจะยังไม่ชอบ ซึ่งยังไม่รู้แนวทางจริงๆ

Thairath Talk : บทบาทผู้จัดกับนักแสดง ต่างกันมากน้อยแค่ไหน

ผู้จัดทำงานหนักกว่าเยอะ มันต้องคิดรอบด้าน ค่าใช้จ่าย การบริหารในกองถ่าย การตลาด เรตติ้ง ดูทุกอย่างเพื่อให้ละครประสบความสำเร็จ แต่นักแสดงคือดูบทแล้วเล่นให้ดีที่สุด นอกนั้นก็เป็นเรื่องของทีมงานแล้ว การเป็นนักแสดงถือว่าดีที่สุดแล้ว รับผิดชอบแค่หน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง


ความสุข 55 ปี 

สินจัย ‘บอกต่อ’

Thairath Talk : วางแผนชีวิตหลังจากนี้ไว้อย่างไรครับ

ไม่ได้วางไปไกลมาก ตอนนี้นกรู้สึกแค่ว่าโอเคต้องดูแลหลานให้ดี อยากมีชีวิตอยู่ดูเขาอายุ 20 ปี โดยที่เรายังแข็งแรงอยู่ด้วยนะซึ่งตอนนั้นคง 70 น่าจะยังโอเค ยังรู้สึกว่าหลานคืออนาคตข้างหน้าของเรา ที่เราจะต้องมองไปมากกว่า ด้านอาชีพการงานก็สบายๆ ละ เราเป็นคนเลือกที่จะเล่น เราก็ควบคุมตัวเองได้ว่าจะเล่นหรือไม่เล่น ซึ่งด้วยวัย งานมันก็จะน้อยลงอยู่แล้ว อีกอย่างเริ่มทำเบื้องหลังด้วย ก็มองว่างานเบื้องหลังของเราเนี่ยจะเป็นยังไง โฟกัสตรงนี้มากกว่าค่ะ

Thairath Talk : การที่จะทำให้นักแสดงคนหนึ่งอยู่ในวงการ 40 ปีได้ มีเคล็ดลับอะไรครับ

ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้ตั้งเป้าไว้ ว่าฉันต้องอยู่ถึงตรงไหน ตอนนั้นก็คิดว่าอายุ 25 ปีคงไม่มีงานแล้วมั้ง หรือเราคิดว่า 40 ปีเราจะเลิกออกจากวงการ ตอนนั้นมันคงไม่มีงานแล้ว เราก็คิดว่าเราไม่ได้มีชีวิตเลวร้าย เรามีความสุขกับสิ่งที่เราทำในแต่ละวันดีกว่า เมื่อก่อนเราอาจจะมองว่าเราจะเป็นยังไง ปีหน้าเราจะเป็นไงตารางคิวจะเป็นยังไงเมื่อก่อนเราเคยคิดอย่างงั้น ตอนนี้ก็ดีนะ ลืมตาขึ้นมาแล้วยังรู้สึกว่า ‘เฮ้ย เรายังมีลมหายใจมีชีวิตอยู่ มีความสุข พรุ่งนี้ไปทำงานแล้ว’ เดี๋ยวนี้แบบหยุดแค่ 1-2 วัน ก็ไม่มีไรทำเลยรู้สึกเหงา รู้สึกไม่มีคุณค่า นกรู้สึกว่าเราใช้ชีวิตทุกวันให้มีความสุขทุกวันดีกว่า เราไม่รู้ว่าจะเกิดไรขึ้นจริงๆ ไม่อยากเสียดายว่าทำไมเราถึงไม่ทำ หรืออะไรอย่างงี้ไม่เอาแล้ว

Thairath Talk : มีอะไรในอายุ 55 ที่จะย้อนกลับไปแก้ไขบ้างไหม

อยากกลับไปเรียนหนังสือ จำได้ว่าตอนที่เข้ามาในวงการจริงๆ ที่ก้าวเข้ามา ไม่ว่าจะการเดินแบบถ่ายแบบอะไรต่างๆ เข้ามาเพื่อจะหาตังค์ไปเรียนหนังสือ แต่พอเสร็จแล้ว ก็ไม่ได้เรียน พี่เป็นคนที่ต้องทำอะไรทีละอย่าง ทำพร้อมๆ กันไม่ได้ มีงานก็ทำงานก่อน ก็เลยทิ้งช่วงเวลาเรียนตรงนั้นไป ยังนึกเสียดายว่า ถ้าตอนนั้นเรียนภาษาให้มันดี ป่านนี้ฉันไปไหนแล้ว คือเราเสียดาย ช่วงเวลาตรงนั้นที่แบบทำไมเราไม่ทำพร้อมๆ กัน

Thairath Talk : มีอะไรที่ตลอดเวลา 40 ปี สินจัย เปล่งพานิช อยู่ในวงการแล้วคนเข้าใจผิด อยากจะบอกไหม

เข้าใจผิดว่าดุ ก็ดุจริง (ขำ) แต่มีเหตุผลนะ คือสมมติว่าโอเคถ้าทำงานกัน แล้วคุณเหลวไหลไม่รับผิดชอบก็ต้องดุ แต่ถ้าแบบเจอหน้ากันยังไม่ได้อะไรก็กลัวสั่น อันนี้ไม่ใช่ เราไม่ได้เป็นขนาดนั้น ทำงานด้วยกันก่อนเจอกันก่อนอะไรอย่างงี้ ค่อยตัดสินอย่าเพิ่งดูแค่ภายนอก เจอกันก่อน ทักกันก่อน อยากจะบอกว่าเราไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น ทุกคนจะแบบ เจอสินจัยกลัวๆ บางทีมันทำให้เรารู้สึกแบบไม่ดีนะ บางทีนกก็รู้สึกแย่นะเวลาออกกองไม่มีใครกล้านั่งกินข้าวด้วยเลย ทุกคนต้องเดินหนี (หัวเราะ)

Thairath Talk : มีอะไรที่ไม่ถามแล้วพี่นกอยากจะบอกกับแฟนๆไหมครับ ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่อยู่ในวงการ

อาจจะมีค้างคาอยู่ในใจนิดเดียว คือเรื่องของแฟนคลับ พี่นกอะเป็นคนดูแลอะไรแบบนี้ไม่เป็น เราไม่ได้เติบโตมาในยุคแฟนคลับเยอะๆ พี่นกโตในยุคที่คนเขียนจดหมายมาแล้วก็ไม่คาดหวังจากคำตอบเรา แต่พอสิ้นปีพี่นกก็จะอัดรูปแล้วก็ส่งกลับไป ไม่เคยเขียนอะไรมากไปกว่านั้น คือไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรก็ส่งไปให้เขา เขาก็ดีใจ ซึ่งนี่เป็นการสื่อสารของนกกับแฟนคลับ

แต่สมัยนี้ถอยรถมาบางทียืนอยู่ข้างๆ ประตู ตกใจไหมก็ตกใจนะคะ แล้วเราไม่รู้ว่าวิธีรับมืออย่างไร แต่บางคนเข้าใจนกมากเลยรู้ว่าพี่เขาเป็นแบบนี้ ก็จะไม่ยุ่ง นกไม่มีวิธีจัดการกับเรื่องแบบนี้ จะทำตัวเฉยๆ ไม่ยิ้มก็คือไม่ยิ้มทุกคน ถ้ายิ้มก็คือยิ้มทุกคน ก็เลยบอกไว้เลยนะคะว่าเป็นแบบนี้แต่ไม่ได้คิดอะไรไม่ดี แต่เพียงแต่ว่าเรามีพื้นที่ให้กันอยู่ในระยะที่ปลอดภัยดีกว่า แล้วก็ไม่ต้องมาอะไรกับพี่มาก พี่นกไม่รู้จะจัดการยังไงแค่นั้นเองที่อยากจะบอก อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณนะคะ ทั้งที่เข้าใจและไม่เข้าใจ แต่เขาก็ยังแบบติดตามนกอยู่

Thairath Talk : แล้วเวลาที่พี่นกอยู่หน้า Backdrop เวลาที่นักข่าวถามแล้วพี่นกไม่พอใจ มีคำถามพวกนี้ไหมครับ

มีแต่ไม่เคยว่าอะไรเขา ไม่ค่อยชอบแบบว่ารับบทอะไร เล่นกับคนนี้รู้สึกยังไง มันเป็นคำถามปิด ถามอย่างอื่นไหม คืออันเนี่ยมันรู้สึกว่ามันได้ยินมาตลอดเวลาเรารู้สึกว่ามันเป็นคำถามธรรมดามาก

เบื้องหลัง
เหนือเมฆ 2 ถูกแบน


Thairath Talk : ละครเหนือเมฆ 2 ช่วงท้ายของละครไม่ได้ฉาย มีเหตุผลอะไรครับ

เพราะอะไรไม่รู้ แต่โดนแบน (หัวเราะ) แค่สองตอนสุดท้ายไม่ได้ฉาย ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าทำไมไม่ได้ฉาย นี่น่าจะเป็นอีกเรื่องที่สั่นสะเทือนใจมากตั้งแต่อยู่วงการมา เหตุการณ์วันนั้นพี่นกชายโทรมาบอก ขณะนั้นแลกเงินอยู่เตรียมตัวจะไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะละครตอนสุดท้ายกำลังตัดต่ออยู่ใกล้เสร็จแล้ว พอรู้ข่าวสักพักก็น้ำตาไหลเอง พอวางหูไปสับสนมาก ไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้ด้วย มันสะเทือนขวัญมาก ทำงานกันแทบตาย ทีมงานยังไม่ได้นอนเลย

Thairath Talk : เนื้อหาของ 3 ตอนสุดท้ายคืออะไร

บู๊อย่างเดียวเลย บอกจริงๆ ว่าไม่รู้เหตุผลเลย พี่นกชายเป็นคนปลอบเราให้ใจเย็นๆ เรื่องนี้มันสอนให้เราไม่ประมาท คิดอะไรควรทำ ไม่ควรทำ น่าจะทำ หรือไม่น่าทำ คำตอบมันเกิดขึ้นในระหว่างการทำงานตอนนั้น ทำให้เรียนรู้ว่ามีอะไรอีกมากนะสำหรับคนทำงานวงการที่ต้องตระหนักอยู่เหมือนกัน

ถ้าพี่นกเป็นนักการเมือง?

ไม่ค่ะไม่พร้อมจริงๆ มีคนทาบทามนะแต่ว่าไม่เอาค่ะ คือเราอยู่ตรงนี้มานานจนออกไปไม่ได้เด็ดขาด

Thairath Talk : นักแสดง เป็นอาชีพหนึ่งเดียวที่จะตายไปกับเรา ผมพูดแบบนี้ถูกไหมพี่นก

คิดว่านะ แต่ขณะเดียวกัน เราก็รู้ว่าเราเป็นนักแสดงที่ทำอะไรให้สังคมได้ นกว่าง่ายกว่าด้วย ง่ายกว่าไปตีตราว่าฉันเป็นนักการเมือง แล้วถึงเวลาทำอะไรไม่ได้ อันนี้แย่ แต่ว่าถ้าเราเป็นนักแสดง ฉันจะไปช่วยใครก็ได้ ไปช่วยสังคมตรงไหนก็ได้

Thairath Talk : เป็นห่วงสังคมไหมเพราะปัจจุบันมันมีความขัดแย้งมากขึ้นเรื่อยๆ

มันเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก มันวุ่นวายรอบด้าน ทั้งบ้านเมืองด้วย ทุกๆ อย่างมันกำลังเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ซึ่งเรารู้สึกหวั่นใจว่ามันเปลี่ยนไปในทางไหนกันแน่ มันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นไหม เรารู้สึกว่าเราต้องกลับมาดูแลตัวเองมากกว่าเมื่อก่อนคือในขณะที่เราห่วงสังคมเราก็ต้องหันกลับมาดูตัวเองมากขึ้น

Thairath Talk : โลกมันเปลี่ยนไปเพราะอะไรครับในทัศนะของพี่นกความขัดแย้งมันเยอะขึ้นหลายคนพุ่งเป้าไปแต่ Social Media

นกว่ามันเป็นตัวแปรในการใช้ชีวิตเลยทีเดียว เมื่อก่อนเราคุยกันมากกว่านี้ แต่เดี๋ยวนี้มันผ่านเครื่องมือ ทุกอย่างมันเร็วขึ้นจริงมันสะดวกสบายขึ้น แต่ว่ามันขาดรายละเอียดในการใช้ชีวิต

Thairath Talk : อยากจะบอกอะไรให้คนเท่าทันสิ่งเหล่านี้บ้างครับ

คือจริงๆ นกว่าอย่าแบ่ง รุ่นใหม่ รุ่นเก่า รุ่นแก่ รุ่นแม่ รุ่นป้า อย่าพูดกันอย่างนี้ เพราะว่าวันหนึ่งคุณก็จะแก่เหมือนกัน วันหนึ่งวันที่คุณมีอายุเท่านั้น คุณก็จะรู้สึกว่าความคิดของคุณ มันแตกต่างจากคนรุ่นปัจจุบันแน่นอน เราเพียงแต่เราเคารพซึ่งกันและกันไหม แม้จะมีช่องว่างระหว่าง พ.ศ. การสื่อสารมันไม่ต้องเปลี่ยนไป เรายังพูดคุยกันได้หรือเปล่า ตรงนี้นกว่าแบบอย่าปล่อยไป เราพูดคุยกันเราแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันอะไรที่เราคิดว่าดี เรายืนยันว่ามันดี เราบอกเขาเราทำ คุณคิดว่าคุณมีเหตุผล คุณเป็นเด็กคุณเป็นอะไรยุคสมัยมันเปลี่ยนไป บอกเราคุยกันดีกว่า การคุยมันไม่ได้ทำให้แตกแยกนะมันทำให้เข้าใจกันได้ ถึงแม้จะไม่เข้าใจแต่มันก็จะเข้าใจ เพราะเมื่อไหร่ที่เราฟังมันจะเข้าใจ เข้าใจในแบบไหนก็ได้ไม่เป็นไร 

Let's block ads! (Why?)



"ทำมัน" - Google News
May 26, 2020 at 06:05AM
https://ift.tt/36sZbYm

คุยลึก นก สินจัย ชีวิต 55 ปี ละครถูกแบนเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ ที่แรก - ไทยรัฐ
"ทำมัน" - Google News
https://ift.tt/2yR92uw
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
https://ift.tt/3dnz7A2

Bagikan Berita Ini

0 Response to "คุยลึก นก สินจัย ชีวิต 55 ปี ละครถูกแบนเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ ที่แรก - ไทยรัฐ"

Post a Comment

Powered by Blogger.